กลุ่มงานพัฒนาระบบบริการ
![]() |
หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบบริการ
|
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๘
การพัฒนาบริการสุขภาพตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan)
การพัฒนาระบบบริการในรูปแบบเครือข่ายแทนการขยายโรงพยาบาลเป็นรายแห่ง โดยใช้หลักการ “เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ” ที่สามารถเชื่อมโยงบริการ ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ เข้าด้วยกันมีเป้าหมายการดำเนินงาน ๖ ประการ คือ ลดอัตราตาย ลดอัตราป่วย ลดระยะเวลารอคอย มาตรฐานการบริการการเข้าถึงบริการ ลดค่าใช้จ่าย มีผลการดำเนินการพัฒนา ดังนี้
๑. สาขาหัวใจ จากการจัดให้มีบริการโรคหัวใจในภูมิภาค ด้านการผ่าตัดหัวใจ จำนวน ๑๖ แห่ง ใน ๑๑ เขตสุขภาพ (ขาด เขตสุขภาพที่ ๓) การให้ยาละลายลิ่มเลือดและ การให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ในโรงพยาบาลชุมชนได้ จำนวน ๔๖๐ แห่ง ตามแผนพัฒนาระบบบริหารสุขภาพ ( Service Plan) สามารถลดระยะเวลารอคอยผ่าตัดหัวใจในภาพรวมทั่วประเทศได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่เกิน ๙ เดือน ระยะเวลารอคอยผ่าตัดหัวใจเฉลี่ย ๓.๐๗ เดือน อัตราตายผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลดลงเหลือ ร้อยละ ๑๑.๙๔ ด้วยศักยภาพของผู้เชี่ยวชาญและการจัดบริการในภูมิภาค ช่วง ๖ เดือนแรกของปี ๒๕๕๘ สามารถทำผ่าตัดหัวใจได้ ๑,๖๐๖ ราย จากโรงพยาบาล ๑๗ แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลลำปาง โรงพยาบาลเชียงราย โรงพยาบาลพุทธชินราช โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลหัวหินโรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลตรัง โรงพยาบาลยะลา และทำหัตถการในห้องสวนหัวใจ ได้ ๑๑,๑๒๘ ราย ใน โรงพยาบาลศูนย์ ๑๘ แห่ง นอกจากนี้โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยังมีความสามารถในการผ่าตัดที่ยุ่งยากและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การรักษาผ่านทางสายสวนหลอดเลือด เพื่อวางโครงลวดถ่างขยาย (Endovascular Aortic Aneurysm Repair : EVAR ) ซึ่งทำได้ ๓ แห่ง ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สรรพสิทธิประสงค์ และโรงพยาบาลลำปาง รวม ๒๒ ราย การทำผ่าตัดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดซับซ้อนได้ในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, ลำปางและยะลา รวม ๒๕ ราย
๒. สาขามะเร็ง มีการให้บริการรังสีรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลมะเร็ง รวม ๑๑ แห่ง ใน ๑๑ เขตสุขภาพ (ขาดเขตสุขภาพที่ ๓) โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก สามารถให้บริการเคมีบำบัดแบบ Short stay ได้ จำนวน ๑๔/๓๕ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๔๐ ส่งผลให้การเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
๓. สาขาทารกแรกเกิด ได้เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยและป่วยวิกฤติ ด้วยการเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤติ (เตียง NICU) จากปี ๒๕๕๗ ซึ่งมี ๘๒๐ เตียง เป็น ๘๕๐ เตียง ในปี ๒๕๕๘ ยังขาดอีก ๕๑๒ เตียง เพื่อรองรับการบริการ ลดการส่งออกนอกเขตสุขภาพ ลดอัตราการตายและภาวะแทรกซ้อนในทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยและป่วยวิกฤติ โดยลดอัตราตายของทารกแรกเกิดอายุ < ๒๘ วัน = ๓.๗ (เกณฑ์ < ๘ ต่อ ๑,๐๐๐ การเกิดมีชีพ Neonatal mortality Rate)
๔. สาขาอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ผู้ป่วยเร่งด่วนและฉุกเฉินวิกฤต ที่มาด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉินภายใน ๑๐ นาที ที่ได้รับแจ้งเหตุ คิดเป็น ร้อยละ ๗๖.๓๐ มีการเพิ่มระบบ Trauma Fast Track ในสถานบริการทุกเครือข่าย โดยเฉพาะ Head Injury และ Multiple Injury สามารถทำให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดภายใน ๒ ชั่วโมง หลังจากส่งผู้ป่วยถึงห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน ร้อยละ ๘๐ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป มีศัลยแพทย์ที่สามารถผ่าตัดสมองได้ จำนวน ๕๑ แห่ง ซึ่งมีจำนวน ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสมองทั้งผู้ป่วยอุบัติเหตุและไม่ใช่อุบัติเหตุ ๙,๒๘๖ ราย นอกจากนี้ยังมีการขยายการจัดบริการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น มีระบบการสั่งการและแผนบริหารจัดการสาธารณภัยในทุกเขตสุขภาพ ผลการพัฒนา ทำให้อัตราการรอดชีวิตในผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอัตราตายของผู้ป่วยบาดเจ็บต่อสมองลดลงจาก จากร้อยละ ๘.๔๖ (ปี ๒๕๕๗) เป็นร้อยละ ๖.๗๗ (ปี ๒๕๕๘)
๕. สาขาสุขภาพช่องปาก การมีเป้าหมายจัดบริการครอบคลุม ๑๒ เขตสุขภาพ ปัจจุบันมีทันตบุคลากรประจำ รพ.สต./ศสม. จำนวน ๓,๕๒๘ แห่ง กรณีไม่มีทันตบุคลากรประจำ ได้จัดระบบแบบหมุนเวียนการให้บริการอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน ใน รพ.สต/ศสม. ๒,๒๙๗ แห่ง (ร้อยละ ๒๗.๗) การรอคอยทำฟันเทียม ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน สามารถลดเวลารอคิวลงได้น้อยกว่า ๖ เดือน
๖. สาขาจักษุ จัดบริการคัดกรองวัดสายตากับผู้ป่วยอายุ ๖๐ ปี ด้วย โปรแกรม Vision ๒๐๒๐ ได้ครบ ๑๒ เขตสุขภาพ และผลการผ่าตัดต้อกระจกในทุกจังหวัด ได้ 98,578 ข้าง จากเป้าหมาย ที่ ๑๒๐,๐๐๐ ข้าง (ข้อมูล ตค.๕๗ – มิย.๕๘) ขณะนี้มี Retina Center จำนวน ๑๐ แห่ง (เมตตาประชารักษ์ ชลบุรี มหาสารคาม อุดรธานี มหาราชนครราชสีมา บุรีรัมย์ สรรพสิทธิประสงค์ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ ยะลา ) และมีแผนจัดตั้ง Retina Center ให้ครบทุกเขตสุขภาพ
๗. สาขา ๕ สาขาหลัก โรงพยาบาลระดับอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่ายมีศักยภาพในการให้บริการผ่าตัดไส้ติ่ง ร้อยละ ๘๔.๖๒ สามารถผ่าตัดคลอดได้ ร้อยละ ๘๖.๔๒ ทำ TR ได้ จำนวน ๘๘ แห่ง ยังเหลือที่ทำไม่ได้ ๓ แห่ง (ธัญบุรี ปทุมธานี, ป่าตอง ภูเก็ต, บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี) โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย จำนวน ๖๗ แห่ง สามารถดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจได้ และยังเหลืออีก ๒๔ แห่ง โดยโรงพยาบาลชุมชนสามารถพัฒนาการรักษาผู้ป่วยได้และลดการส่งต่อผู้ป่วย ๕ สาขาหลัก ไป รพศ./รพท. ลดลงจากปี ๒๕๕๗ ร้อยละ ๕๕.๐๓
๘. สาขาไต - สามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ ๘ แห่ง ได้แก่ รพ.พุทธชินราช รพ.ชลบุรี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.ขอนแก่น รพ.อุดรธานี รพ.สรรพสิทธิประสงค์ รพ.หาดใหญ่ และ รพ.มหาราชนครราชสีมา จัดให้มีบริการ PD Clinic ๑๐๐% ในโรงพยาบาล และมากกว่าหรือเท่ากับ ๕๐% ในโรงพยาบาล ระดับ M๒
๙. สาขาสุขภาพจิตและ จิตเวชและยาเสพติด จัดให้มี ward ผู้ป่วย จิตเวชใน รพ. ศูนย์ / รพ.ทั่วไปอย่างน้อย เขตละ ๑ แห่ง และมีเตียงฉุกเฉินจิตเวชที่รับดูแลผู้ป่วยภายใน ๓-๕ วัน ในหน่วยบริการรพ.ศูนย์เพื่อลดเวลารอคอยไป รพ.ใหญ่ใน กทม. ในส่วนของโรงพยาบาลจิตเวช กรมสุขภาพจิต มี ๑๑ เขตสุขภาพ ยังขาดในเขตสุขภาพที่ ๒ ผลการพัฒนาระบบบริการขณะนี้ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีward จิตเวช เป็น โรงพยาบาลศูนย์= ๗ แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป=๕ แห่ง ใน ๘ เขตสุขภาพ (เขต ๑,๒,๕,๖,๗,๘,๙,๑๒) และโรงพยาบาลศูนย์ มีการจัดการเตียงฉุกเฉินจิตเวชภายใน ๓-๕ วันได้ ปี ๒๕๕๘=๓๒/๓๓ แห่ง (ปี ๒๕๕๗=๑๔/๓๓ แห่ง) ทำให้ผู้ป่วยโรคจิตเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น จากร้อยละ ๔๓.๕๗ (ปี ๒๕๕๗) เป็น ร้อยละ ๕๐.๙๐ (ปี ๒๕๕๘) ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดให้ (ร้อยละ ๔๕) และผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเข้าถึงบริการ ร้อยละ ๓๙.๓๐ (ปี ๒๕๕๘) ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดให้ (ร้อยละ ๓๗)
ผลการพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้ติดยาเสพติด ทำให้ อัตราการหยุดเสพ (Early remission rate) = ๘๙.๙๖ (เกณฑ์ ๕๐) อัตราการคงอยู่ในการบำบัดรักษา= ๙๒.๒๙(เกณฑ์ ๗๐) อัตราการคงอยู่ในระยะติดตามการรักษา = ๔๙.๑๔ (เกณฑ์ ๖๐)
๑๐. สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับความรู้ถึงอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งสามารถรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ทุกแห่ง และ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป มี stroke fast tract จำนวน ๘๖ แห่ง ใน ๑๒ เขตสุขภาพส่วนโรงพยาบาลระดับ A ที่ยังไม่มี stroke unit จำนวน ๙ แห่ง ได้แก่ เชียงรายประชานุเคราะห์ สวรรค์ประชารักษ์(stroke corner) ราชบุรี สมุทรสาคร เจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สกลนคร(stroke corner) มหาราชนครราชสีมา(stroke corner)
๑๑. สาขาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ได้มีการเพิ่มเป็น service plan อีก ๑ สาขา โดย ขณะนี้มีความคืบหน้าในการจัดบริการ OPD แพทย์แผนไทยคู่ขนานกับ OPD ปกติ จำนวน ๕๙๔ แห่ง จากเป้าหมายจำนวน ๘๘๓ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๒๗ สนับสนุนงบประมาณกระบวนการผลิตยาสมุนไพรตามมาตรฐาน GMP ให้กับโรงพยาบาลที่มีการผลิตผ่านมาตรฐาน GMP จำนวน ๑๕ แห่ง สนับสนุนการบูรณาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างครบวงจร โดยการสนับสนุนการเพิ่มการใช้ในสถานพยาบาล การเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินในระบบหลักประกันสุขภาพ และการเพิ่มรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
